[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

เนื้อหา : Download
หมวดหมู่ : ใบความรู้
หัวข้อเรื่อง : ใบความรู้วิชาการเพาะเห็ดฟาง อช 02006

เสาร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555


ใบความรู้
วิชาการเพาะเห็ดฟาง อช 02006
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา การเพาะเห็ด ( อช 02006 ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
 
เห็ดฟาง
เห็ดฟางเป็นเห็ดที่น่าเพาะ เนื่องจากรสชาติดี มีคุณค่าทางอาหารสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด
การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนได้พัฒนามาจากการเพาะแบบกองเตี้ยบนพื้นดิน เนืองจากปัญหาของการเพาะเห็ดซ้ำที่ไม่ได้และใช้แรงงานมาก ปัจจุบันจึงมีการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน
ในหลายจังหวัดของประเทศไทย การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนต้องอาศัยความรู้ความช้านาญและการลงทุนเริ่มแรกค่อนข้างสูง แต่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เกษตรกรหรือท่านผู้สนใจเพาะเห็ดวิธีนี้สามารถเพาะได้ไม่ยากดังจะกล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
 
โรงเรือนและอุปกรณ์เพาะเห็ดฟาง
1.      การเลือกพื้นที่ตั้งโรงเรือน ควรอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบที่ใช้เพาะ เช่น โรงงานแป้งมันสำปะหลัง แหล่ง
เปลือกมัน หรืออยู่ใกล้แหล่งที่มีฟางเพื่อใช้เป็นวัสดุรองพื้น เป็นพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึง ดินและน้ำไม่เค็ม
2. รูปแบบและขนาดโรงเรือน ควรมีลักษณะดังนี้
         2.1 ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2.5 เมตร
          2.2 มีประตูเข้าออกอย่างน้อย 1 บาน มีช่องระบายอากาศอย่างน้อย 10 ช่อง
         2.3 หลังคามุงแฝก, สังกะสี หรือมุงกระเบื้องก็ได้
         2.4 พื้นคอนกรีต ส่วนผนังจะเป็นอิฐบล๊อคหรือตาข่ายพราแสงพลาสติก และพลาสติกเคลือบก็ได้
         2.5 ควรสร้างในแนวเหนือ-ใต้ เพราะแสงแดดตอนกลางวันมี อิทธิพลต่อการเกิดดอกเห็ด
3. ลานหมัก ควรเป็นพื้นคอนกรีตขนาดประมาณ 3X3 เมตรส้าหรับหมักวัสดุเพาะ
4. ชั้นเพาะ ควรเป็นชั้นขนาดกว้าง 80 – 100 ซม. ยาวตามขนาดของโรงเรือน สูง 1 .65 – 1. 8 เมตร
ประกอบด้วย 4 ชั้นย่อยห่างกันชั้นละ 40 – 50 ซม. ยกเว้นชั้นสุดห่างจากพื้น 30 ซม. พื้นแต่ละชั้นท้าเป็นไม้ระแนงห่างกัน 2-3 ซม.
 
ลักษณะของโรงเรือนเพาะเห็ดฟาง และชั้นเพาะ พร้อมเครื่องกำเนิดไอน้ำ
หมายเหตุ:การท้าโรงเรือนใหญ่กว่าค้าแนะน้าจะมีปัญหาเรื่องอบไอน้ำท้าให้อุณหภูมิไม่ได้ 60 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง
5. ถังกำเนิดไอน้ำ เกษตรกรต้องอบไอน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในโรงเรือนโรงเรือนโดยใช้ถังก้าเนิดไอน้ำ โดย
ต้องให้อุณหภูมิสูงอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส นาน 2 ชม. หากต้องการประหยัดก็อาจใช้ถังขนาด 200 ลิตร วางเรียงกัน 2 ใบ บนเตาที่ก่อด้วยอิฐทนไฟแบบง่ายๆ มีท่อไอน้ำออก 2 ท่อต่อเข้าด้านล่างของโรงเรือน
6. เชื้อเห็ดฟางที่ดี ควรมีหลักการเลือกดังนี้
          6.1 เส้นใยสีขาว เดินเรียบเต็มถุงไม่ฟู
         6.2 มีกลิ่นหอมของเห็ดฟาง
         6.3 ไม่มีจุลินทรีย์ปนเปื้อน เช่น ราเขียว ราด้า ราสีส้ม
         6.4 มีความชื้นพอเหมาะไม่แห้ง หรือเปียกแฉะเกินไป
         6.5 ผลิตจากแหล่งที่เชื่อถือได้
 
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพาะเห็ด        
อุณหภูมิ อุณหภูมิมีส่วนส้าคัญต่อการเจริญเติบโตของเห็ดฟางเป็นอย่างมาก ที่อุณหภูมิ 38-40 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดส้าหรับการงอกของสปอร์เห็ด เส้นใยเจริญดีที่อุณหภูมิ 35-38 องศาเซลเซียส และเกิดดอกได้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ถ้าร้อนเกินไปดอกเห็ดจะเล็กและบานเร็วกว่าธรรมดา ถ้าเย็นเกินไปเส้นใยเจริญช้าลงจน หยุดเจริญก็มี ข้อสังเกตคือ หน้าร้อนเพาะเห็ดฟางราวๆ 7 วันก็เป็นดอก หน้าฝนกินเวลา 8-12 วัน ส่วนหน้าหนาว 15 - 18 วัน หรือกว่านั้นหรือไม่ออกดอกเห็ดเลย
ความชื้น ความชื้นจ้าเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นใย การเกิดดอกและการเจริญเติบโตของดอกเห็ด แต่
ภายในดอกเห็ดถ้าความชื้นมากเกินไป เส้นใยจะชุ่มน้ำมากและตายได้ ดอกเห็ดเล็ก ๆ ที่ถูกรดน้ำจะไปชุ่มอยู่บริเวณ
รอยต่อของเส้นใยกับดอกเห็ด ท้าให้ส่งอาหารไปยังดอกเห็ดไม่ได้จึงฝ่อและตายลงได้ แต่ถ้าแห้งไปดอกเห็ดจะกระด้างหรือมีรอยแตก และดอกเห็ดไม่เจริญเติบโต
แสง แม้ว่าแสงมีความจ้าเป็นต่อการเจริญเติบโตและการรวมตัวของเส้นใยเห็ดเพื่อเกิดเป็นดอก แต่แสงก็ไม่มีความจ้าเป็นต่อการเจริญเติบโตของดอกเห็ด และในทางตรงกันข้ามแสงจะเป็นตัวท้าให้ดอกเห็ดเปลี่ยนสีคล้ำขึ้น ต่างกับเห็ดที่ขึ้นในที่มืดซึ่งจะมีสีขาวเป็นที่นิยมของผู้บริโภค
ความเป็นกรดด่าง (pH) ผลของกรดด่างมีผลที่สำคัญต่อการผลิตเห็ดเช่นกัน เห็ดฟางชอบสภาพเป็นกลาง
หรือกรดเล็กน้อย ถ้าเป็นกรดมากหรือเปรี้ยวไปจะท้าให้บักเตรีในกองฟางไม่เจริญ ไม่ยอมสลายโมเลกุลโตๆ ให้เล็กลงได้ เส้นใยเห็ดฟางก็จะได้รับอาหารน้อยกว่าที่ควร จะเป็นดอกเห็ดก็จะขึ้นน้อยไปด้วย ความเป็นกรดเป็นด่างที่ เหมาะสมสำหรับเห็ดฟางควรอยู่ในระดับ 5-8
          อากาศ ทุกระยะของการเจริญเติบโตของเห็ดล้วนแต่ต้องการอากาศในการหายใจทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่กำลังจะเกิดดอกและเกิดดอกแล้ว ถ้าภายในแปลงเห็ดมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป เส้นใยจะ
เจริญเติบโตช้าลงหรือชะงัก ดอกเห็ดจะยืดยาวออกในลักษณะผิดปกติ ส่วนผิวของดอกเห็ดจะหยาบขรุขระ คล้ายหนังคางคก
 
 
 
 
 
 
ข้อดีและข้อเสียของการเพาะเห็ดฟาง
จากการที่เพาะเห็ดฟางได้พัฒนารูปแบบ และวิธีการเป็นการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ด้วยวิธีการ อบไอน้ำฆ่าเชื้อ ให้ความชื้นและปรับปรุงอุณหภูมิในโรงเรือนให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของดอกเห็ดนี้ ก็มีข้อดีอยู่หลายประการด้วยดังเช่น
          1. มีการดำเนินงานที่สะดวก รวดเร็ว ใช้พื้นที่น้อยกว่าการเพาะเห็ดฟางแบบอื่นๆ แต่สามารถผลิตเห็ดฟางได้ในปริมาณตามที่เราต้องการ
          2. สามารถผลิตเห็ดฟางออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้อย่างสม่ำเสมอทุกฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เห็ดฟางเริ่มขาดแคลน จะมีราคาซื้อขายถึงกิโลกรัมละ 50-60 บาท
          3.เป็นการขจัดปัญหาเรื่องการเพาะเห็ดฟางด้วยวิธีกองในบริเวณบ้านหรือท้องนาซึ่งมักประสบปัญหาเกี่ยวกับฝนตก น้ำท่วมขังแฉะ และสภาพอากาศหนาวเย็น ทำให้การเพาะเห็ดฟางได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย คือ จะเพาะได้ผลดีเฉพาะในฤดูแล้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนนี้ก็ยังมีข้อเสียที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขดังต่อไปนี้
          1. มีการลงทุนในขั้นแรกที่ค่อนข้างจะสูงไปบ้างสักนิดสำหรับเกษตรกรรายย่อยทั่ว ๆ ไป คือ
                   - ต้องลงทุนจัดสร้างโรงเรือนสำหรับเพาะ
                   - ต้องจัดซื้อหม้อต้มไอน้ำ
                   - ต้องจัดซื้อเครื่องตีป่นไฟฟ้า
                   - และต้องจัดซื่ออุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นมาใช้
          2. มีหลักวิธีการปฏิบัติและขั้นตอนการเพาะมากพอสมควร ดังนั้นผู้ที่จะทำการเพาะเห็ดฟางในเรือนจำเป็นต้องศึกษาให้ทราบ และเข้าใจเป็นอย่างดีเสียก่อน เพราะหากกระทำไม่ถูกวิธีแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้
          3. อาจมีปัญหาเรื่องตัวไร ศัตรูเห็ดเกิดขึ้นภายในโรงเรือนได้ เพราะการหมักหมมของฟาง ซึ่งเกษตรกรจะต้องหมั่นคอยดูแลรักษาความสะอาด อบไอน้ำฆ่าเชื้อ และแก้ไขกันต่อไป
วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดฟาง
1. ตะกร้าพลาสติก ( ตะกร้าใส่ผลไม้ ) เป็นตะกร้าทรงกลมสำเร็จรูป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 นิ้ว สูงประมาณ 11 นิ้ว มีตาห่าง ประมาณ 1 นิ้ว ก้นตะกร้าไม่ทึบช่วยให้ระบายน้ำได้ดีและเห็ดสามารถออกดอกรอดออกมาได้ตามตาของตะกร้าทุกด้านรวมทั้งด้านล่าง
2. วัสดุเพาะ วัสดุเพาะที่ยิยมเพาะเห็ดฟาง ได้แก่ ฟางข้าว เปลือกถั่วเหลือง ชานอ้อย กากเปลือกมันสำปะหลัง
3. อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดฟางช่วงแรกที่ใส่ลงในวัสดุเพาะเจริญได้ดีก่อนที่เชื้อเห็ดฟางจะเจริญลงในวัสดุเพาะ อาหารเสริมต้องเป็นวัสดุที่ย่อยได้ง่าย เก็บความชื้นได้ดี เป็นแหล่งอาหารและพลังงานของเชื้อเห็ดฟาง   เช่น ผักตบชวา  ไส้นุ่น  ต้นกล้วย นอกจากนี้อาจใช้แป้งสาลี รำละเอียด หรือ อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาคลุกเชื้อเห็ดฟางก่อนเพาะก็ได้
4. เชื้อเห็ดฟางที่ดี ถ้าเป็นแบบหัวเชื้อถุง 1 ใช้เพาะได้ 3 ตะกร้า หรือ เชื้อถุง 1 ถุง ใช้เพาะได้ 1 ตะกร้า
5. พลาสติกคลุมวัสดุเพาะขณะเพาะเห็ดฟางในตะกร้า ใช้พลาสติกชนิดใสหรือสีก็ได้ ใช้พลาสติกแผ่นขนาดกว้าง 4 x 4 เมตร
6. วัสดุ – อุปกรณ์อำนวนความสะดวกในการปฏิบัติการเพาะ เช่น บัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด เกรียงไม้(สำหรับอัดวัสดุเพาะเห็ด ) ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด ไม้ไผ่ แผงจาก แผงเหล็ก ใช้พรางแสงแดด และ ป้องกันลมได้
7.โครงไม้ไผ่ทรงสุ่มไก่หรือเรียกว่ากระโจมไม้ไผ่ โครงไม้ไผ่ทรงสุ่มไก่นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ครอบตะกร้าเพาะเห็ดก่อนที่จะใช้พลาสติกคลุม
7. โครงไม้ไผ่ทรงสุ่มไก่หรือเรียกว่ากระโจมไม้ไผ่ โครงไม้ไผ่ทรงสุ่มไก่นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ครอบตะกร้าเพาะเห็ดก่อนที่จะใช้พลาสติกคลุม
 
ปัจจัยในการเพาะเห็ดฟาง
วิธีจะพิจารณาว่าดินดีหรือไม่ จะต้องพิจารณาร่วมกัน 2 ลักษณะคือ
          1. สภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดฟาง
 เห็ดฟางชอบอากาศร้อน อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส
ขึ้นได้ดี ทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต ของดอกเห็ดได้ดีอยู่แล้ว ส่วนในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวย ต่อการเติบโต ของดอกเห็ดฟาง สำหรับทางภาคใต้ ก็สามารถจะเพาะ เห็ดฟางได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีฝนตก ไม่มากเกินไปนัก
          จึงเห็นได้ว่า การเพาะเห็ดฟาง ของประเทศไทยเราสามารถเพาะ ได้ตลอดปี แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อน ฟางและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดจะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดฟางนั้นก็จะดีขึ้น
2. เรื่องความชื้น ความชื้นเป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดฟางมาก เป็นตัวกำหนด การเจริญ ของเส้นใยเห็ดที่
สำคัญ ถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบาย อากาศภาย ในกองไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป
          ความชื้นเป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดฟางมาก เป็นตัวกำหนด การเจริญของเส้นใยเห็ดที่สำคัญ ถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศ ภายในกองไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป
          น้ำที่จะแช่หรือทำให้ฟางชุ่มควรต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนาน ๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ดฟางที่ดีนั้น น้ำที่ใช้ในการงอกเส้นใยเห็ด จะมาจากในฟางที่
อุ้มเอาไว้ และความชื้น จากพื้นแปลงเพาะนั้น ก็เพียงพอแล้ว ปกติขณะที่เพาะไว้เป็นกองเรียบร้อยแล้วนั้นจึงไม่ควรจะมี การให้น้ำอีก ควรจะรดเพียงครั้งเดียว คือระหว่างการหมักฟาง เพาะทำกองเท่านั้น หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อย หรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว รอบบริเวณข้าง ๆ แปลงเพาะเท่านั้นก็พอ
3. แสงแดด เห็ดฟางไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย กองเห็ดฟางเพาะเห็ดหลังจากทำกองเพาะเรียบร้อยแล้ว จึงควรจะทำการคลุมกองด้วยผ้าพลาสติก และใช้ฟางแห้ง หรือหญ้าคาปิดคลุมทับอีก เพื่อพรางแสงแดดให้ ด้วยดอกเห็ดฟาง ที่ไม่โดนแสงแดดจัด มีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดฟาง โดนแดดแล้วจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ
 


 วิธีและขั้นตอนในการเพาะเห็ดฟาง
1. นำฟางที่เตรียมไว้แล้วใส่ลงในตะกร้า สูงจากก้นตะกร้าประมาณ     2-3 นิ้ว ใช้เกรียงไม้กดฟางให้พอแน่น และใช้ชิดของตะกร้า
           มากที่สุด หรืออาจใช้วัสดุอื่นแทนฟางก็ได้
 
 
2. โรยอาหารเสริมที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ลิตร ต่อ 1 ชั้น โรยอาหารเสริมลงบนวัสดุเพาะให้ชิดขอบตะกร้า โดยกว้าง 2- 3 นิ้ว โรยหนาเพียงชั้นเดียว โรยข้างตะกร้าโดยรอบ อย่าโรยจนหนาเกินไป เพราะจะเกิดการเน่าเสียได้
3.นำเชื้อเห็ดฟาง มาแยกเป็นชิ้นขนาด 1- 2 เซนติเมตร นำไปคลุกกับแป้งสาลี พอติดผิวนอกของเชื้อเห็ด ซึ่งแป้งสาลีเป็นอาหารเบื้องต้นที่ช่วยให้เชื้อเห็ดเจริญได้ดี 
 
แบ่งเชื้อเห็ดออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน นำส่วนที่ 1 โรยบนอาหารเสริมโดยรอบ โรยเป็นจุดๆห่างกัน 5 – 10 เซนติเมตร เป็นอันว่า
การนี้ได้ วัสดุเพาะชั้นที่ 1
 
4.ทำวัสดุเพาะชั้นที่ 2 โดยกระทำเช่นเดียวกับ ข้อ 1-3
5.ทำวัสดุเพาะชั้นที่ 3 ปฏิบัติตามข้อที่ 1 ส่วน ข้อที่ 2 การโรยอาหารเสริมนั้น ต้องโรยให้เต็มผิวหน้าด้านบน แล้วปฏิบัติตามข้อที่ 3 หลังจากนั้นให้นำฟางหรือวัสดุเพาะอื่นๆมาโรยทับด้านบนจนทั่วโรคจนหนาประมาณ 1 นิ้ว
 
6.นำน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตร มารดลงด้านบนวัสดุให้ชุ่ม
นำตะกร้า นี้ไปวางไว้ในที่ที่เตรียมไว้  โดยอาจวางซ้อนกัน ได้ ไม่เกิน 4 ชั้น โดยทั่วไปวางตะกร้าเพาะเรียงซ้อนกันไม่เกิน 4 ใบ (ชั้นล่างจะให้ผลผลิตสูงกว่าด้านบน ชั้นยิ่งสูงผลผลิตยิ่งน้อยลง ถ้าวางซ้อนเกิน 4 ชั้น ชั้นต่อไปจะให้ผลผลิตไม่คุ้มทุน
7.ถ้าวางเรียงตะกร้าเพาะเห็ดแบบ4ใบชิดกันแล้ววางตะกร้าเพาะอีกใบอยู่บนกึ่งกลางต้องใช้กระโจมหรือโคตรงไม้ไผ่ทรงสุ่มไก่ครอบคลุมตะกร้าเพาะ ให้โครงไม้ไผ่ด้านในอยู่ห่างจากตะกร้าเพาะประมาณ
1 คืบ
8.นำพลาสติกมาคลุมโครงไม้ไผ่จากด้านบน คลุมให้มิด ส่วนด้านล่างควรหาอิฐหรือใช้ไม้ทับขอบพลาสติกเพื่อป้องกันพลาสติกเปิดออกการคลุมด้วยพลาสติกใสดอกเห็ดที่ออกมาจะมีสีดำถ้างใช้สีเข้มดอกเห็ดจะมีสีขาวถ้างเป็นชั้นโครงเหล็กที่วางตะกร้าเพาะก็นำพลาสติกมาคลุมได้เลย ทำเช่นเดียวกับการคลุมโครงไม้ไผ่
 
 
คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง
คุณค่าทางอาหาร
เห็ด ฟางสด
เห็ดฟางแห้ง
โปรตีน
3.40%
49.04%
ไขมัน
1.80%
20.63%
คาร์โบไฮเดรท
3.90%
17.03%
เถ้า
-
13.30%
พลังงาน
44 แคลอรี่
4170 แคลอรี่
แคลเซียม
8 มิลลิกรัม
2.35% ของเถ้า
เหล็ก
1.1 มิลลิกรัม
0.99% ของเถ้า
ฟอสฟอรัส
-
30.14% ของเถ้า
 
 
 
 
การดูแลรักษา
1.ในช่วงวันที่ 1 – 4จะต้องดูแลรักษาระดับความชื้นให้อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอรเซ็น และ ต้องรักษาอุณหภูมิภายในกระโจม หรือ โรงเรือนให้อยู่ในระดับ 37 – 40 องศาเซลเซียส
          2..ประมาณวันที่ 4 ให้เปิดพลาสติกออกทั้งหมดทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เส้นใยเห็ดได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ หลังจากนั้น รดน้ำด้วยฝักบัวชนิดฝอยเพื่อดัดเส้นใยและในกรณีที่วัสดุเพาะแห้ง หลังจาก นั้นคลุมด้วยพลาสติกตามเดิม
3.ในช่วงวันที่ 4-5 ควรรดน้ำในกระโจม หรือ โรงเรือน ให้ชุ่มอยู่เสมอ รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ต้องแก้ปัญหาโดยการเปิดช่องลมระบายอากาศ
4.ในช่วงวันที่ 6-7 เห็ดจะเริ่มออกดอก ในช่วงวันนี้ห้ามรดน้ำ หรือ เปิดโรงเรือนเด็ดขาด
5.ช่วงวันที่ 8 ดอกเห็ดจะเริ่มมีขนาดใหญ่ จนสามารถเก็บได้  โดยการเก็บให้เก็บอย่างประณีตอย่ให้กระทบกระเทือนดอกอื่นๆ จะเก็บผลผลิตได้ 2-6 ครั้ง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วให้ปิดพลาสติกไว้อย่างเดิม
 
การเก็บผลผลิต
เมื่อกองฟางเพาะเห็ดไปแล้ว 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็ก ๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโต เป็นเห็ดต่อไป เกษตรกรจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะ ความร้อน ช่วยเร่งการเจรญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่า ไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็ก ๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อ ดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดขึ้นทั้งกระจุกโดยใช้มือจับ ทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวา เล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน
 
ศัตรูและการป้องกัน กำจัด
1.มด และ ปลวก  มดจะเข้าทำรังหรือทำลายเชื้อเห็ด ส่วนปลวกจะเข้ากินเส้นใยเห็ดและวัสดุเพาะการป้องกัน กำจัดมด และ ปลวก โดยใช้น้ำท่วมพื้นก่อนที่เพาะเห็ดฟาง 1 สัปดาห์ หว่านเกลือแกงหรือผงซักฟอกเล้กน้อย หรือ ใช้วัสดุรองก้นตะกร้าให้สูงจากพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร
2.ไร โดยทั่วไป ไร จะกัดกินเส้นใยเห็ดทำให้ผลผลิตลดลง เกิดจากการนำวัสดุที่ไม่สะอาดมีไรติดมาด้วย   การป้องกันทำได้โดยเลือกวัสดุที่สะอาด ถ้ามีไรระบาดรุนแรงให้หยุดเพาะชั่วคราว ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ตลอดจนเผาทำลายเศษวัสดุที่เป็นแหล่งอาศัยให้หมด
3. วัชเห็ด คือ เห็ดที่ไม่ต้องการในขณะที่เพาะเห็ดฟาง จะพบเมื่อมีอากาศร้อนเกินไป หรือ มาจากวัสดุที่เคยใช้เพาะเห็ดชนิดอื่นมาก่อน ป้องกันได้โดย เลือกวัสดุเพาะที่สะอาด แห้งและใหม่ ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป
4. เชื้อรา  เชื้อราจะแย่งน้ำและอาหารจากเส้นใยเห็ดฟางและดอกเห็ดฟาง เชื้อราบางชนิดทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแก่ดอกเห็ดฟาง ทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันเชื้อราทำได้โดย เลือกวัสดุเพาะที่สะอาดใหม่และแห้งสนิท  เลือกเชื้อเห็ดฟางที่ไม่มีเชื้อราปน และ ต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดฟางอยู่เสมอ


เข้าชม : 8308


ใบความรู้ 5 อันดับล่าสุด

      ใบความรู้วิชาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (พว 32017) 4 / ก.พ. / 2555
      ใบความรู้วิชา การเกษตรผสมผสาน(อช ๐๒๑๕) 4 / ก.พ. / 2555
      ใบความรู้วิชาการเพาะเห็ดฟาง อช 02006 4 / ก.พ. / 2555
      วิชา รักษ์ท้องถิ่น พว 32018 4 / ก.พ. / 2555


 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองจันทบุรี
46 ม.6  ตำบลพลับพลา  อำเภอเมือง  จังหวัดจันทบุรี  22000  0-3935-4938  
โทรสาร  0-3941-8164 kwuandee@hotmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05HD  Update by   นายบุญมา มาดี