[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 
   กลับหน้าหลัก


ความรู้เกี่ยวกับ IT
หนังสือพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

พุธ ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2563




ชื่อหนังสือ เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์
ชื่อผู้แต่ง   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
 
หนังสือพระราชนิพนธ์

เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์
    
          เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มแรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยเนื้อหาในเล่มนี้จะเป็นบันทึกประจำวันระหว่างที่พระองค์เสด็จฯ กลับไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2489 ซึ่งพระองค์ก็ได้พระราชทานให้วารสารรายเดือน "วงวรรณคดี" เป็นผู้ตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2490 แต่เพียงสำนักพิมพ์เดียว

          ทั้งนี้เราขออัญเชิญตอนหนึ่งในหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง "เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์" มาดังนี้

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเริ่มบทพระราชนิพนธ์ว่า... "วงวรรณคดี" ได้ขอร้องให้ข้าพเจ้าเขียนเรื่องเล็กน้อยที่ถนัดมาลงในหนังสือนี้นานมาแล้ว อันที่จริงข้าพเจ้าก็ไม่ใช่นักประพันธ์ เมื่ออยู่โรงเรียน เรียงความและแต่งเรื่องก็ทำไม่ได้ดีนัก...ฉะนั้น จึงตกลงใจส่งบันทึกประจำวันที่เขียนไว้ก่อนและระหว่างวันเดินทางจากสยามสู่สวิตเซอร์แลนด์มาให้ และในโอกาสนี้จึงขอขอบใจเป็นการส่วนตัวต่อทุก ๆ คน ที่มาถวายความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชของข้าพเจ้า ณ พระมหาปราสาท ตลอดจนความปรารถนาดี ที่มีต่อตัวข้าพเจ้าเอง กับขอขอบใจเหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการ ด้วยความจงรักภักดีต่อเราทั้งสองด้วย

ชื่อหนังสือ  นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ
ชื่อผู้แต่ง   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 หนังสือพระราชนิพนธ์   
          เล่มนี้เป็นหนังสือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง “A MAN CALLED INTREPID” ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกโดยบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อปี พ.ศ. 2537 และมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายเข้าสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

          โดยเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้จะเกี่ยวกับนายอินทร์ หัวหน้าหน่วยราชการลับของอาสาสมัครอังกฤษ ผู้ซึ่งมีความกล้าหาญ ยอมอุทิศชีวิตเพื่อความถูกต้อง ความยุติธรรม และสันติภาพ โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใด ๆ ซึ่งนอกจากพระองค์ท่านจะทรงมีพระราชอุตสาหะในการแปลหนังสือเล่มนี้กว่า 501 หน้าแล้ว ยังทรงแทรกพระราชวินิจฉัยเอาไว้ในหลาย ๆ ตอน เพื่ออธิบายเพิ่มเติมให้คนไทยอ่านได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

ชื่อหนังสือ ติโต
  ชื่อผู้แต่ง   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  

หนังสือพระราชนิพนธ์
          หนังสือพระราชนิพนธ์อีกหนึ่งเล่มที่แสดงให้เห็นถึงพระราชอุตสาหะในการแปล เนื่องจากวิธีการแปลของพระองค์จะทรงอ่านรวดเดียวจนจบ เพื่อหาว่าผู้เขียนต้องการสื่อความคิดใด และจึงทรงอ่านรายละเอียดทีละตอนอีกครั้งเพื่อถ่ายทอดความคิด เพราะมีพระราชประสงค์ที่จะให้คนไทยได้รู้จักเรื่องราวของมหาบุรุษโลก และนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตนั่นเอง 

          โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแปลเรื่องติโตมาจากต้นฉบับเรื่อง Tito ประพันธ์โดย ฟิลลิส ออตี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวประวัติของอดีตประธานาธิบดีแห่งยูโกสลาเวีย ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อชาติจากการคุกคามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2537 โดยมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

ชื่อหนังสือ  พระมหาชนก
ชื่อผู้แต่ง   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หนังสือพระราชนิพนธ์
          บทพระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้ เนื่องจากมีข้อคิดสอนใจเกี่ยวกับเรื่องความเพียร ความมีวิริยะอุตสาหะ ที่สำคัญยังเป็นหนังสือที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัสว่า "หนังสือเรื่องนี้เป็นที่รักของข้าพเจ้า" 
    
          โดยบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนกเป็นเรื่องของ 1 ในทศชาติชาดก ซึ่งเป็นชาดก 10 ชาติสุดท้าย ก่อนที่พระโพธิสัตว์จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสดับพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์และทรงสนพระราชหฤทัย จึงได้มีการค้นคว้าเรื่องพระมหาชนกในพระไตรปิฎกและพระสุตตันตปิฎก และทรงนำมาพระราชนิพนธ์ด้วยภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย พร้อมทั้งทำภาพประกอบต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
    
          ทั้งนี้ในหนังสือพระมหาชนก ได้มีพระราชปรารภระบุถึงที่มาที่ไปของหนังสือเรื่องนี้ว่า แต่เดิมพระองค์ทรงแปลและศึกษาเรื่องพระมหาชนกนานกว่า 11 ปี จนกระทั่งปี 2531 ได้มีการเผยแพร่บทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรก แต่ยังมีความเข้าใจยาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ศิลปินมาวาดรูปประกอบเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น จนกระทั่งปี 2539 จึงมีการเผยแพร่หนังสือพระมหาชนกขึ้นมาใหม่

ชื่อหนังสือ พระราชดำรัส
ชื่อผู้แต่ง   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
    
หนังสือพระราชนิพนธ์
          บทพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยเป็นหนังสือที่รวบรวมพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของทุกปี ซึ่งในเล่มนี้จะเริ่มด้วยพระราชดำรัสเรื่องน้ำและสิ่งแวดล้อม อันเป็นพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 โดยพระราชดำรัสในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสหประชาชาติเป็นอย่างมากอีกด้วย และจากพระราชดำรัสดังกล่าว ทำให้รัฐบาลมีมติประกาศให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” หลังจากนั้นก็ทรงแปลพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเรื่อยมา
 

เข้าชม : 16

ความรู้เกี่ยวกับ IT 5 อันดับล่าสุด

      6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 วันกอบกู้เอกราชไทย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 9 / พ.ย. / 2563
      นิทรรศการอนไลน์ วันลอยกระทง 27 / ต.ค. / 2563
      19 ตุลาคม วันเทคโนโลยีของไทย 19 / ต.ค. / 2563
      นิทรรศการ 14 ตุลา วันประชาธิปไตย 14 / ต.ค. / 2563
      หนังสือพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 14 / ต.ค. / 2563


ห้องสมุดประชาชน"เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี
ม.5 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี
เบอร์โทร 039-309249
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.04tb    Admin